ที่ DingTalk การมาทำงานไม่ใช่เพื่อสแกนนิ้วเช็คอิน แต่เพื่อ "ต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อเลเวลอัป" ความสุขที่นี่ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่แฝงอยู่ในรายละเอียดต่างๆ เหมือนอีสเตอร์เอ้ก เช่น ทุกวันศุกร์คือ "วันไม่ใช้พาวเวอร์พอยต์" ห้องประชุมจะกลายเป็นห้องเล่นบอร์ดเกม ทั้งบอสและนักศึกษาฝึกงานจะมานั่งเล่นเกม "หมาป่า" ด้วยกัน ใครแพ้ต้องใส่ชุดขาไก่เต้นเพลง "แอปเปิ้ลเล็ก" — อย่าสงสัยเลย ซีทีโอเคยเต้นมาแล้วจริงๆ ความสุขที่นี่ไม่ใช่การตามใจ แต่เป็นการสร้างพื้นที่หายใจให้กับงาน DingTalk แนะนำนโยบาย "วันโฟลว์" ถ้าคุณรู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์แห้งเหือด คุณสามารถขอ "วันงีบหลับ" ได้หนึ่งวัน ไปปีนเขา ไปชมงานศิลปะ หรือแม้แต่นอนหลับทั้งวัน ทางบริษัทยังสนับสนุนให้คุณอัปโหลดรูปลงโซเชียลมีเดียพร้อมแฮชแท็ก #กองทุนงีบหลับของ DingTalk# พนักงานคนหนึ่งเคยใช้วันนี้เพื่อระดมความคิด จนคิดค้นฟีเจอร์อนุมัติงานอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันพนักงานทั่วจีนทุกคนใช้งานอยู่ ที่เด็ดกว่านั้นคือ "วันต่อต้านการแข่งขัน" (Anti-Cramming Day) ทุกปีจะมีวันหนึ่งที่ห้ามพนักงานทำงานล่วงเวลา ทีมงานฝ่ายบริหารจะถือลำโพงเดินตรวจทั่วอาคาร พอเจอใครก็ตะโกนทันทีว่า "ยังไม่กลับอีกเหรอ? จะไปแข่งรางวัลคนขยันที่สุดเหรอ?" แล้วส่งถุงมันฝรั่งทอดกับคูปอง "บังคับพักผ่อน" ให้ทันที ที่นี่ ความสุขคือแรงผลิต เมื่อพนักงานไม่รู้สึกว่าการมาทำงานเหมือนกำลังถูกจำคุก ความคิดสร้างสรรค์ก็จะผุดขึ้นมาเองอย่างฉับพลัน เหมือนไอเดียที่มาตอนเที่ยงคืน และประกายแห่งนวัตกรรมครั้งต่อไป อาจกำลังรออยู่ในช่วงบ่ายที่ใครสักคนกำลังกินลูกอมฝ้ายขณะประชุมอยู่ก็เป็นได้
นวัตกรรมไม่หยุด: วัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์ของ DingTalk
ที่ DingTalk ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นนิสัยประจำวัน ธรรมชาติเดียวกับการเช็คอินตอนเช้า คำขวัญที่นี่คือ "ไม่กลัวว่าไอเดียคุณจะแปลก กลัวแค่ว่าคุณจะไม่กล้าพูด" บริษัทจัดกิจกรรม "มาราธอนความคิดสร้างสรรค์" ทุกไตรมาส พนักงานสามารถจับกลุ่มเสนอไอเดียสุดเพี้ยน ถ้าสามารถโน้มน้าวใจคณะกรรมการได้ ก็จะได้รับงบประมาณเพื่อนำไอเดียนั้นไปใช้จริง เคยมีวิศวกรคนหนึ่งเสนอฟีเจอร์ "นาฬิกาทอมาโตะโฟกัส" ลงในปฏิทินของ DingTalk ผลลัพธ์คือฟีเจอร์นี้ไม่เพียงถูกเปิดตัว แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับหนึ่ง ที่น่าสนใจกว่านั้นคือกลไก "การระดมสมองในทางตรงกันข้าม" — ผู้บริหารเสนอปัญหา พนักงานจะต้องคอยแย้งและวิจารณ์อย่างหนัก ยิ่งติได้เจ็บ ยิ่งได้รับรางวัลมาก วัฒนธรรม "การจับผิด" แบบนี้ทำให้ทุกข้อเสนอต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่มั่นคงกว่า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชื่อ "ห้องออกซิเจนความคิดสร้างสรรค์" ที่มีไวท์บอร์ด เลโก้ หรือแม้แต่เป้ทรายให้พนักงานได้ใช้ บางคนก็คิดไอเดียไปด้วยขณะต่อยเป้ทราย ทั้งระบายความเครียดและปลดปล่อยแรงบันดาลใจ DingTalk เชื่อว่า นวัตกรรมที่แท้จริงเกิดจากอิสระในการล้มเหลว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์คนหนึ่งเคยเปิดตัวฟีเจอร์ "สติกเกอร์เสียง" ซึ่งตอนแรกถูกเรียกว่า "สติกเกอร์เสียงผีหลอก" แต่ไม่กี่เดือนต่อมา กลับกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ เพราะบริษัทส่งเสริมวัฒนธรรม "ลองผิดลองถูก" ไอเดียที่ดูไร้สาระในตอนแรก จึงมีโอกาสเติบโตกลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ ที่นี่ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิทธิพิเศษของบางคน แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนหายใจเข้าออกทุกวัน
การทำงานเป็นทีม: จิตวิญญาณแห่งความร่วมมือของ DingTalk
ที่ DingTalk การทำงานเป็นทีมไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็น "ซีรีส์" ที่เกิดขึ้นทุกวัน จิตวิญญาณแห่งความร่วมมือที่นี่ เปรียบได้กับเครื่องดื่มโซดาที่ผสมได้ลงตัว — มีฟองแรงพอให้สดชื่น แต่ไม่ถึงกับทำให้อึดอัด ทุกวันศุกร์ช่วงบ่าย คุณอาจเห็นวิศวกรกับนักออกแบบกำลังตั้ง "ปราสาทเลโก้" มุมหนึ่งของสำนักงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเด็กๆ แต่เป็นการแข่งขันไอเดียข้ามแผนก หรือไม่ก็เห็นทีมการตลาดกับทีมเทคนิคกำลังเล่นเกม "ห้องหนี" ร่วมกัน ใช้ตรรกะและการสื่อสารเพื่อไขปริศนา — และในขณะเดียวกันก็ทลายกำแพงระหว่างแผนกไปด้วย DingTalk เข้าใจดีว่า "คนที่หัวเราะด้วยกันได้ จะสามารถสู้ด้วยกันได้" กิจกรรมสร้างทีมงานที่จัดขึ้นจึงไม่ซ้ำแบบเดิมๆ มีทั้ง "วันสัมภาษณ์ย้อนกลับ" ที่ให้ลูกน้องประเมินหัวหน้า และ "มื้อกลางวันแบบสุ่ม" ที่ระบบจะจับคู่พนักงานข้ามแผนกให้มาทานข้าวด้วยกัน ซึ่งหลายไอเดียการทำงานร่วมกันก็เกิดขึ้นจากบทสนทนาในมื้ออาหาร ยังไม่นับรวมถึงโครงการ "ปฏิบัติการร่วม" ข้ามแผนก เช่น โครงการปรับปรุง "DingShanHui" ที่ทีมผลิตภัณฑ์ ทีมปฏิบัติการ และทีมบริการลูกค้า ต่างร่วมมือกันอย่างหน่วยคอมมานโดชั่วคราว เป้าหมายชัดเจน การแบ่งงานแม่นยำ การสื่อสารไร้รอยต่อ กิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพื่อความสนุก แต่คือการตอกย้ำคำว่า "เรา" ลงในชีวิตประจำวันของทุกคน พอความร่วมมือกลายเป็นนิสัย ประสิทธิภาพก็เกิดขึ้นตามธรรมชาติ — เพราะที่ DingTalk ไม่มีใครอยากเป็นภาระของเพื่อนร่วมทีมที่เคยช่วยกันหนีออกจากห้องปริศนามาแล้ว
การเรียนรู้และการเติบโต: แผนพัฒนาตนเองของ DingTalk
ที่ DingTalk การเติบโตไม่ใช่คำขวัญ แต่เป็นบันไดที่คุณสามารถก้าวขึ้นได้ทุกวัน คุณคิดว่ามาทำงานคือเช็คอิน ประชุม เปลี่ยนพาวเวอร์พอยต์เหรอ? ผิดแล้ว! พนักงานที่นี่อาจกำลังนั่งจับจ้องแล็ปท็อปเรียนคอร์สปัญญาประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดบน "DingXueTang" หรือสมัครเข้าร่วม "คืนแฮกกาธอน" เพื่อแข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทไม่เพียงสนับสนุนการเรียนรู้ แต่ยังเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นเกมชีวิตจริงขนาดใหญ่ — ทุกครั้งที่คุณจบหลักสูตร จะได้รับเหรียญตราทักษะใหม่ พอสิ้นปีก็มาแข่งกันว่าใครมี "คะแนนการเติบโต" สูงกว่ากัน สนุกเร้าใจไม่แพ้เล่นเกม ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เส้นทางอาชีพที่นี่ออกแบบมาเหมือนนิยาย "เลือกเส้นทางการผจญภัยของคุณเอง" อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค? มีระบบพี่เลี้ยงเฉพาะตัว อยากเปลี่ยนมาเป็นผู้จัดการ? เริ่มจากเข้าค่าย "Ding น้อย" เพื่อลองสัมผัสความรู้สึกของการเป็นหัวหน้าทีม เคยมีวิศวกรชื่อเสี่ยวหลี่ คนหนึ่ง เดิมทีเขียนโค้ดได้อย่างเดียว แต่ภายใน 3 ปี ผ่านการหมุนเวียนงานภายใน เรียนรู้ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และผู้ใช้งาน ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้นำทีมข้ามแผนกที่พัฒนาฟีเจอร์ยอดนิยมออกมาได้ เขาเองยังหัวเราะพูดว่า "แม่ผมในที่สุดก็เชื่อแล้วว่าผมไปทำงานไม่ใช่ไปซ่อมคอมพิวเตอร์" DingTalk เชื่อว่า เมื่อพนักงานเติบโตสูงขึ้น บริษัทก็จะสามารถยืนตัวได้สูงขึ้นด้วย ดังนั้นอย่ากังวลว่าจะหลงทาง — ที่นี่ การหลงทาง อาจพาคุณไปเจอกับทัศนียภาพที่คาดไม่ถึงก็ได้
ความรับผิดชอบต่อสังคม: โครงการเพื่อสังคมของ DingTalk
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึง "การไปทำงานเหมือนไปเข้าคุก" DingTalk กลับแอบซ่อน "งานเพื่อสังคม" ไว้ในแก่นกลางของวัฒนธรรมบริษัท — ไม่ใช่แค่คำขวัญติดผนัง แต่คือการใช้เวลา ทรัพยากร และความคิดสร้างสรรค์เพื่อลงมือทำจริง คุณคิดว่าบริษัทเทคโนโลยีทำเพื่อสังคมก็แค่บริจาคเงินเหรอ? คิดง่ายไปแล้ว! วิธีทำของ DingTalk ไม่ธรรมดา
พวกเขาเปิดตัวฟีเจอร์ "Ding เพื่อสังคม" ที่ให้ผู้ใช้ธุรกิจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมอาสา บริจาคจำนวนก้าวเดินเพื่อปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่ใช้เครื่องมือการทำงานร่วมกันของ DingTalk ช่วยสอนนักเรียนในโรงเรียนห่างไกลผ่านระบบออนไลน์ พนักงานทุกคนมี "วันลาเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบได้รับค่าจ้าง" ไม่ใช่เพื่อให้อยู่บ้านพักผ่อน แต่เพื่อสนับสนุนให้ไปสอนเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลเขียนโปรแกรม หรือไปช่วยหาบ้านให้สัตว์เลี้ยงในศูนย์พักพิง สุดยอดวิศวกรคนหนึ่งพูดติดตลกว่า "ผมเขียนโค้ดเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน แต่การไปสอนเด็กๆ ในชนบทใช้แท็บเล็ตเรียนหนังสือนั่นแหละ คือการปรับปรุงชีวิตจริงๆ"
ที่รุนแรงกว่านั้นคือ DingTalk ทำให้การพัฒนาอย่างยั่งยืน "เป็นระบบ" — สำนักงานงดใช้ภาชนะใช้แล้วทิ้งทั้งหมด ไฟในห้องประชุมจะปรับความสว่างตามจำนวนคนที่อยู่ในห้อง แม้แต่เซิร์ฟเวอร์ก็ถูกปรับให้ใช้พลังงานต่ำที่สุด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ แต่คือการตอกย้ำความรับผิดชอบในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการดำเนินงานประจำวัน
ที่นี่ การทำความดีไม่ได้อาศัยการปลุกเร้าอารมณ์ แต่ใช้ประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้ความเมตตาไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงโลก จำเป็นต้องรอจนเกษียณเหรอ? แค่ "แตะ" ที่ DingTalk ก็สามารถเริ่มได้แล้ว
DomTech เป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการของ DingTalk ในฮ่องกง โดยให้บริการ DingTalk แก่ลูกค้าจำนวนมาก หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานแพลตฟอร์ม DingTalk สามารถติดต่อพนักงานบริการลูกค้าออนไลน์ของเราได้โดยตรง หรือโทรติดต่อเราที่ (852)4443-3144 หรือส่งอีเมลมาที่