บทนำและภูมิหลัง

ถ้าพูดถึงเครื่องมือสื่อสารในโลกธุรกิจที่เหมือนกับ "กังฟูแพนด้า" กับ "ไอรอนแมน" ก็ต้องยกให้ติงติ้ง (DingTalk) และ Slack เท่านั้น ตัวหนึ่งเป็นยอดยุทธ์ที่ถูกเลี้ยงดูมาโดย "เจียงหนานฉีเก๋อ" จากอาลีบาบา ส่วนอีกตัวเกิดจากความพยายามของเหล่าวิศวกรซิลิคอนแวลลีย์ที่นั่งเขียนโค้ดจนดึกจนได้เป็นฮีโร่ขึ้นมา ติงติ้งเกิดในปี 2014 ตอนแรกตั้งใจจะแก้ปัญหา "ใครยังไม่ตอบอีเมล" ภายในบริษัทอาลีบาบา แต่กลับกลายเป็นผู้ช่วยชั้นยอดให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจีน ไม่ว่าจะเช็คอินงาน ประชุมออนไลน์ หรือหัวหน้าแอบสอดส่องความคืบหน้าก็ทำได้หมด ติงติ้งเหมือนพ่อบ้านใส่ใจรายละเอียด แม้แต่คุณงีบหลับตอนพักเที่ยงนานไป มันก็จะเตือนด้วยความอ่อนโยน

ส่วน Slack เข้ามาในปี 2013 จากบริษัทเกมที่ทำเกมไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนมาทำเครื่องมือสื่อสาร ถือเป็นตำนานที่เกิดจากความล้มเหลว ด้วยอินเตอร์เฟซที่สะอาดตาและฟีเจอร์เชื่อมต่อได้หลากหลาย ทำให้ Slack กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในสำนักงานทั่วโลก โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและสตาร์ทอัพ ดูเหมือนว่าถ้าไม่ใช้ Slack ก็ไม่ใช่บริษัทระดับ "สากล" ตัว Slack ไม่ได้จุกจิกเหมือนติงติ้ง แต่ชดเชยด้วยความยืดหยุ่น เปิดกว้าง และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอกได้หลายร้อยตัว เหมือนมีดพกสวิสที่มีฟังก์ชันครบครัน

ตัวหนึ่งรากลึกในจีน ทำให้แม้แต่ป้าแม่ค้าในตลาดสดก็ใช้งานได้คล่อง ขณะที่อีกตัวมองไปทั่วโลก ทำให้ทีมข้ามชาติสื่อสารกันราบรื่นเหมือนพูดภาษาแม่ การต่อสู้ระหว่างตะวันออกกับตะวันตกนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น



เปรียบเทียบฟีเจอร์หลัก

เมื่อพูดถึงฟีเจอร์หลัก ติงติ้งกับ Slack เหมือนยอดยุทธ์สองคนที่มีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งฝึกวิชาในแผ่นดินจีน อีกคนกวาดล้างเวทีต่างประเทศ เริ่มจากส่งข้อความ ติงติ้งเน้นฟีเจอร์ "อ่านแล้ว/ยังไม่อ่าน" ทำให้หัวหน้ารู้ทันทีว่าใครกำลังเผลอเล่นโทรศัพท์ ถือเป็นเครื่องมือรบกวนความสบายใจของคนขี้เกียจในที่ทำงาน ส่วน Slack ใช้ระบบ "ช่อง (Channel)" เป็นแกนหลัก จัดกลุ่มข้อความเป็นหมวดหมู่ คล้ายกับเปลี่ยนห้องแชทให้กลายเป็นห้องสมุด หาข้อมูลอะไรก็เจอทันที

ในด้านการแชร์ไฟล์ ติงติ้งผสานกับบริการคลาวด์ของอาลีบาบาอย่างแนบแน่น ทำให้การอัปโหลดและดาวน์โหลดในประเทศจีนลื่นไหล แม้ในช่วงวันหยุดเทศกาลที่การใช้งานหนาแน่นก็ไม่สะดุด ถือเป็น "ผู้พิทักษ์ความเร็วเน็ตจีน" ส่วน Slack รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Drive, Dropbox และบริการคลาวด์สากลได้อย่างไร้รอยต่อ เหมาะกับการทำงานร่วมกันของทีมข้ามชาติ แต่เมื่อเจอสภาพแวดล้อมเน็ตในจีน บางครั้งก็อาจช้าเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติหลงทาง

สำหรับการประชุมวิดีโอ ติงติ้งรองรับผู้เข้าร่วมได้หลายพันคน พร้อมฟีเจอร์ไลฟ์ ไมค์ต่อคิว และเรียกชื่อได้ในทีเดียว เหมาะสมที่สุดสำหรับการประชุมออนไลน์ขนาดใหญ่ ส่วน Slack ต้องอาศัยเครื่องมือภายนอกอย่าง Zoom ทำให้ยืดหยุ่นแต่ค่อนข้างยุ่งยาก สรุปคือ ติงติ้งเหมือนนักกีฬาอเนกประสงค์ ครบเครื่องและปรับให้เหมาะกับท้องถิ่นได้ลึกถึงกระดูก ในขณะที่ Slack เหมือนเลโก้แบบเปิด ให้อิสระสูง เหมาะกับทีมสากลที่ชอบปรับแต่งเอง



ประสบการณ์ผู้ใช้และการออกแบบอินเตอร์เฟซ

เมื่อพูดถึงประสบการณ์การใช้งานและการออกแบบอินเตอร์เฟซ ติงติ้งกับ Slack ต่างกันราวกับสองขั้วของจักรวาล ตัวหนึ่งเหมือนโต๊ะหนังสือที่แม่จัดให้เรียบร้อย สะอาดและเป็นระเบียบ อีกตัวเหมือนสตูดิโอของศิลปิน ดูยุ่งเหยิงแต่ซ่อนความคิดสร้างสรรค์ไว้ ติงติ้งออกแบบในแนว "เรียบง่ายและใช้งานได้จริง" จัดวางฟังก์ชันชัดเจน ปุ่มใหญ่ ตัวอักษรใหญ่ การแจ้งเตือนก็ใหญ่ แม้ยายของคุณเปิดใช้ก็สามารถหาปุ่มประชุมวิดีโอได้ภายใน 3 วินาที การออกแบบนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้จีนที่ไม่ชอบ "ค้นหา" แต่ต้องการ "มองเห็นทันที" ข้อเสียคือ ดู "เรียบร้อยเกินไป" ตัวเลือกปรับแต่งมีน้อยมาก แค่เปลี่ยนสีธีมก็เหมือนท้าทายขีดจำกัดของระบบ

ในทางกลับกัน Slack อยู่อีกจักรวาลหนึ่ง อินเตอร์เฟซยืดหยุ่นจนแทบจะเอาตามใจ ไม่ว่าจะสีช่อง กฎการแจ้งเตือน คำสั่งลัด หรือการจัดวางบอท ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ ทีมสากลรัก Slack เพราะทุกคนสามารถสร้างพื้นที่สื่อสารที่เป็นของตัวเองได้ แต่แลกมากับความสับสนของมือใหม่ที่เมื่อเข้าไปครั้งแรกอาจรู้สึกเหมือนหลงในเขาวงกต "ฉันอยู่ไหน ใครควรดูช่องนี้ ทำไมบอทถึงทักทายตอนเช้าล่ะ?"

ผู้ใช้ที่เคยลองทั้งสองตัวมักพูดติดตลกว่า "ติงติ้งเหมือนฝึกทหาร ส่วน Slack เหมือนละครเวทีแบบอิมโพรไวส์" ตัวแรกเน้นประสิทธิภาพ ตัวหลังเน้นอิสระและสร้างสรรค์ ขึ้นอยู่กับว่าทีมของคุณเป็นหน่วยรบระเบียบ หรือชนเผ่าเร่ร่อนทางความคิด



ความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว

เมื่อพูดถึงเครื่องมือสื่อสารในองค์กร อย่าคิดว่าแค่คุยเล่นหรือส่งไฟล์ธรรมดา เพราะถ้าข้อมูลรั่ว หัวหน้าของคุณอาจ "เลิกงานก่อนเวลา" แบบถูกไล่ออก ดังนั้น ความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ติงติ้งเน้นการตลาดในจีนด้วยการชูเรื่อง "ความปลอดภัยแบบท้องถิ่น" เซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดอยู่ในประเทศ ผ่านมาตรฐานเช่น ระดับความปลอดภัย 2.0 (Equal Protection 2.0), ISO 27001 และมีการเข้ารหัสที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรจีน หน่วยงานรัฐและบริษัทของรัฐหลายแห่งไว้วางใจ จึงถือว่าเป็นทางเลือกที่ "ไว้ใจได้" สำหรับคนในประเทศ แต่ก็มีผู้ใช้บางรายบ่นว่าการควบคุมสิทธิ์เข้มงวดเกินไป บางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรเห็นอะไรบ้าง

ในทางกลับกัน Slack เดินเส้นทางสากล ได้รับการรับรองมากมาย เช่น SOC 2, GDPR, HIPAA เรียกได้ว่าเป็น "แกรนด์สแลมแห่งความปลอดภัย" องค์กรทั่วโลกจึงใช้งานได้อย่างมั่นใจ แต่ข้อมูลส่วนใหญ่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ของสหรัฐอเมริกา สำหรับอุตสาหกรรมที่ละเอียดอ่อน อาจต้องขออนุญาตจากแผนกกฎหมายหรือความเป็นไปตามกฎระเบียวก่อน

ทั้งสองแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสูง แต่กลยุทธ์ต่างกัน ติงติ้งเหมือนบอดี้การ์ดส่วนตัว ส่วน Slack เหมือนสายลับข้ามชาติ คำแนะนำคือ ให้ตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลของบริษัทคุณมี "สัญชาติ" และระดับความละเอียดอ่อนแค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือก "ระบบรักษาความปลอดภัยท้องถิ่น" หรือ "หน่วยสืบราชการลับระดับโลก" เพราะความปลอดภัยไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ แต่คือเส้นแบ่งพื้นฐาน



ราคาและการดำเนินธุรกิจ

เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ใครก็อยากประหยัดทั้งนั้น แต่เครื่องมือสื่อสารองค์กรไม่ใช่การซื้อนมชาไข่มุก ถูก未必อร่อย ฟรีก็อาจมี "ส่วนผสมแฝง" ติงติ้งกับ Slack มีกลยุทธ์ราคาที่ต่างกันสุดขั้ว ติงติ้งใช้แนวทาง "ลองก่อนซื้อ ซื้อแล้วยังต่อรองได้" — เวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์ทรงพลังจนหัวหน้าอาจสงสัยว่าจริงหรือเปล่า ไม่ว่าจะสร้างกลุ่ม เช็คอิน อนุมัติงาน ครบครัน ราวกับไปชิมฟรีในซูเปอร์มาร์เก็ตจนอิ่ม แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การประชุมวิดีโอนานขึ้น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากขึ้น ก็ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชันองค์กร และสามารถจ่ายตามจำนวนพนักงาน แถมยังต่อรองราคาได้ เหมือนซื้อของที่ตลาดนัด

ส่วน Slack นั้นเหมือนร้านกาแฟแนวพรีเมียม เวอร์ชันฟรีเหมือนกาแฟไซซ์เล็ก ดื่มได้แต่ไม่อุ่นใจ พอทีมมีมากกว่า 10 คน ข้อจำกัดฟีเจอร์จะทำให้คุณรู้สึก "จน" ทันที แผนการชำระเงินแบ่งเป็น Pro และ Business+ จ่ายรายเดือน ไม่สามารถต่อรองได้ แต่ข้อดีคือโปร่งใสและเสถียร เหมาะกับทีมสากลที่งบประมาณชัดเจน ที่สำคัญคือ ระบบนิเวศของ Slack เชื่อมต่อได้ดีมาก ยิ่งใช้มาก ยิ่งได้ผลตอบแทนสูง

จะเลือกตัวไหนดี? ถ้าคุณเป็นสตาร์ทอัพหรืองบจำกัด ติงติ้งคือผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัด แต่ถ้าคุณเน้นกระบวนการ การผสานระบบ และไม่กลัวจ่ายรายเดือน Slack จึงเป็นเพื่อนคู่คิดระยะยาว อย่าลืมว่าเครื่องมือราคาถูกที่ใช้งานแล้วสะดุด นั่นแหละคือของที่ "แพง" ที่สุด

บริษัท ดอมเทค (DomTech) เป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการของติงติ้งในฮ่องกง โดยให้บริการติงติ้งแก่ลูกค้าจำนวนมาก หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มติงติ้ง สามารถติดต่อพนักงานบริการลูกค้าออนไลน์ของเราได้โดยตรง หรือโทรติดต่อเราที่ (852)4443-3144 หรือส่งอีเมลมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เรามีทีมพัฒนาและดูแลระบบระดับมืออาชีพ พร้อมประสบการณ์การให้บริการในตลาดที่หลากหลาย สามารถให้บริการและโซลูชันติงติ้งอย่างมืออาชีพแก่คุณได้!